ผลลัพธ์ CFD ขึ้นกับเลเวอเรจเท่ากับทิศทางที่เลือก

เทรดเดอร์ในประเทศไทยที่ใช้ Android จะได้อะไรจากแอป AvaTrade บ้าง คำตอบสั้นๆ คือแอปนี้รองรับทั้ง MT4, MT5 และ AvaTradeGO ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่โบรกเกอร์รายใหญ่ส่วนใหญ่มีให้ เช่นเดียวกับที่พบในแอปของคู่แข่งระดับโลก ตัวเลือกนี้ทำให้คุณเลือกแพลตฟอร์มที่เข้ากับสไตล์การเทรดของตัวเองได้ ไม่ใช่ถูกบังคับให้ใช้แอปเดียว
AvaTrade เป็นโบรกเกอร์กลุ่มที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2006 มีสำนักงานใหญ่ในดับลิน ไอร์แลนด์ และมีลูกค้ามากกว่า 400,000 รายทั่วโลก สำหรับเทรดเดอร์ไทย หน้าเว็บและเอกสารสนับสนุนเป็นภาษาไทย ซึ่งเป็นข้อดีเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ต่างชาติหลายรายที่ให้บริการเฉพาะภาษาอังกฤษ
แอปไหนเหมาะกับคุณ
การเลือกแอปบน Android ต้องดูที่พฤติกรรมการเทรดของคุณ เพราะแต่ละแอปมีจุดแข็งต่างกัน มาตรฐานของอุตสาหกรรมคือการให้ MT4 และ MT5 แต่ AvaTrade เพิ่มทางเลือกด้วยแอปของตัวเองที่ปรับมาเพื่อการใช้งานบนมือถือโดยเฉพาะ
| แอป | จุดเด่นหลัก | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| MT4 | เครื่องมือวิเคราะห์คลาสสิก, Expert Advisor | เทรดเดอร์ที่ใช้ EA หรือคุ้นเคยอินเทอร์เฟซเดิม |
| MT5 | Timeframe เพิ่มเติม, ตราสารหลากหลายกว่า MT4 | เทรดเดอร์ที่ต้องการเครื่องมือวิเคราะห์เจาะลึก |
| AvaTradeGO | ออกแบบมาเพื่อมือถือโดยเฉพาะ, อินเทอร์เฟซทันสมัย | เทรดเดอร์ที่เน้นความรวดเร็วและใช้งานง่าย |
จุดที่ AvaTrade เหนือกว่าคู่แข่งหลายรายคือการให้เลือกทั้งสามแพลตฟอร์มในแอปเดียว ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ต้องดาวน์โหลดแอปแยกสำหรับแต่ละระบบ และสามารถสลับไปมาระหว่างบัญชีและแพลตฟอร์มได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบใหม่
ระบบเทรดบนมือถือ
จากมุมมองคนที่ใช้มือถือเป็นหลัก สิ่งที่วัดว่าแอปดีหรือไม่คือความเสถียรและความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย แอป AvaTradeGO รองรับการเทรดสินทรัพย์กว่า 1,250 รายการครอบคลุมฟอเร็กซ์ หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี ETF และคริปโต ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโบรกเกอร์ทั่วไปที่มักมีสินทรัพย์ให้เลือกประมาณ 500-800 รายการ
การแจ้งเตือนราคาเป็นอีกจุดที่ทำได้ดี ระบบ push notification บน Android ทำงานแบบเรียลไทม์โดยไม่ต้องเปิดแอปค้างไว้ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่โบรกเกอร์ชั้นนำอย่าง IG หรือ CMC Markets มีเหมือนกัน นับเป็นมาตรฐานที่เทรดเดอร์ควรคาดหวังได้ ไม่ใช่จุดขายพิเศษ
ขั้นตอนการเริ่มต้น
การเปิดบัญชีและฝากเงินผ่านมือถือใช้เวลาไม่นาน แต่มีรายละเอียดที่ควรรู้ก่อนเริ่ม เงินฝากขั้นต่ำสำหรับบัญชีมาตรฐานคือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับกลางเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์อื่นหลายรายที่เริ่มต้นที่ 50 ดอลลาร์ แต่ก็ไม่สูงเท่ารายใหญ่อย่าง Saxo Bank ที่เริ่มต้นที่ 1,000 ดอลลาร์
ขั้นตอนการสมัครเป็นแบบเดียวกันกับโบรกเกอร์ทั่วไปในอุตสาหกรรม คือยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน 13 หลักหรือพาสปอร์ต พร้อมหลักฐานที่อยู่ เช่น บิลค่าไฟหรือเอกสารจากธนาคาร กระบวนการ KYC นี้เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย AML ที่โบรกเกอร์ทุกแห่งต้องปฏิบัติ
ค่าใช้จ่ายที่ควรรู้
โมเดลค่าใช้จ่ายของ AvaTrade เป็นแบบ spread-based ซึ่งหมายความว่าไม่มีค่าคอมมิชชันแยกต่างหาก แต่ค่าธรรมเนียมจะรวมอยู่ในส่วนต่างราคาซื้อขายแล้ว USD/CHF มี spread เริ่มต้นที่ประมาณ 0.9 pip ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ประมาณ 1.0-1.2 pip สำหรับบัญชีมาตรฐาน
การไม่มีค่าคอมมิชชันอาจดูน่าสนใจ แต่ในทางปฏิบัติ โบรกเกอร์ที่คิดค่าคอมมิชชันแบบ flat rate เช่น 3-5 ดอลลาร์ต่อรอบ มักให้ spread ที่แคบกว่า วิธีเปรียบเทียบที่ถูกต้องคือดูที่ต้นทุนรวมต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ไม่ใช่แค่ค่าธรรมเนียมใดค่าธรรมเนียมหนึ่ง

ข้อจำกัดด้านกฎหมาย
ประเทศไทยไม่มีหมวดหมู่ใบอนุญาตสำหรับโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์รายย่อยโดยเฉพาะ หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง Bank of Thailand (BOT) ดูแลการไหลของเงินตราต่างประเทศ ขณะที่ SEC Thailand ดูแลผลิตภัณฑ์ประเภทหลักทรัพย์และอนุพันธ์ โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่เทรดเดอร์ไทยใช้จึงเป็นโบรกเกอร์ต่างชาติที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานอื่น เช่น CySEC ของไซปรัส หรือ FSCA ของแอฟริกาใต้
AvaTrade ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลหลายหน่วยงานทั่วโลก รวมถึง CBI, ASIC, JFSA, FSCA และ CySEC แต่ไม่มีใบอนุญาตเฉพาะจาก SEC Thailand การเทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างชาติไม่ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายสำหรับผู้อยู่อาศัยในไทย แต่ผู้ให้บริการที่เข้าหาลูกค้าชาวไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ภาษีที่นักเทรดต้องจัดการ
กำไรจากการเทรดฟอเร็กซ์และ CFD ถือเป็นรายได้ส่วนบุคคลตามกฎหมายภาษีไทย ไม่มีอัตราภาษีพิเศษสำหรับกำไรจากการลงทุนระยะสั้นแบบนี้ อัตราภาษีก้าวหน้าเรียงตามรายได้: 0-150,000 บาทปลอดภาษี 5% สำหรับ 150,001-300,000 บาท 10% สำหรับ 300,001-500,000 บาท 15% สำหรับ 500,001-750,000 บาท 20% สำหรับ 750,001-1,000,000 บาท 25% สำหรับ 1,000,001-2,000,000 บาท 30% สำหรับ 2,000,001-5,000,000 บาท และ 35% สำหรับรายได้เกิน 5,000,000 บาท
สำหรับผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ภาษีในไทย กล่าวคืออย
คำถาม
AvaTrade ได้รับการกำกับดูแลใน ประเทศไทย หรือไม่?
ยอมรับในประเทศไทย - หน้าที่มุ่งเน้นประเทศไทยระบุว่า AvaTrade ยอมรับลูกค้าจากประเทศไทยภายใต้ข้อกำหนดทางการเงินท้องถิ่น หน้าแลนดิ้งภาษาไทยยังอธิบายว่าโบรกเกอร์ได้รับการกำกับดูแล. ตรวจสอบหน่วยงานในทะเบียนของหน่วยงานกำกับดูแลก่อนฝากเงิน
สกุลเงินบัญชี: ไม่ได้รับการยืนยัน
มี - แหล่งข้อมูลบทวิจารณ์ในประเทศไทยระบุอย่างชัดเจนว่ามีบัญชีอิสลามสำหรับเทรดเดอร์มุสลิม
กมล วงศ์ไทย
ผู้เชี่ยวชาญการเปรียบเทียบนักวิเคราะห์เปรียบเทียบโบรกเกอร์ที่ติดตามทั้งตลาด